Skip to content

ประวัติ สตภ.

ประวัติความเป็นมาของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ ๔
(จังหวัดนครราชสีมา)

…………………………………..

เมื่อวันที่ ๑๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๘ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตรา “พระราชบัญญัติสำหรับกรมพระคลังมหาสมบัติแลว่าด้วย     กรมต่างๆ ซึ่งจะส่งเบิกเงิน”  อันถือเป็นต้นกำเนิดของการตรวจเงินแผ่นดินในประเทศไทย ต่อมาสมัยในสมัยรัชกาลที่ ๖ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรง ทรงเห็นว่ารายได้และรายจ่ายของแผ่นดินมีมากขึ้นจำเป็นต้องตรวจตราการรับ-จ่าย และการรักษาเงินให้รัดกุมยิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งกรมตรวจเงินแผ่นดินขึ้น ในสังกัดกระทรวงการคลังมหาสมบัติ เมื่อวันที่ ๑๘ กันยายน พ.ศ. ๒๔๕๘ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอธิบดีกรมตรวจเงินแผ่นดินให้เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๕ หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตย โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข คณะกรรมการราษฎร เห็นว่าการตรวจเงินแผ่นดินสังกัดอยู่ในกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลังมหาสมบัติ การตรวจตราตลอดจนการแสดงความเห็น สำหรับผลแห่งการตรวจเงินแผ่นดิน ย่อมไม่เป็นไปโดยอิสระสมควรจะโอนกรมตรวจเงินแผ่นดินมาขึ้นต่อคณะกรรมการราษฎร พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีประกาศโอนกรมตรวจเงินแผ่นดินไปขึ้นต่อคณะกรรมการราษฎร เมื่อวันที่ ๒๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๗๕

ในปี พ.ศ. ๒๔๗๖ รัฐบาลเห็นสมควรให้การตรวจตราทรัพย์สินของแผ่นดิน เป็นที่เชื่อถือแก่ประชาราษฎรมากขึ้น จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติว่าด้วยคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. ๒๔๗๖ จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินขึ้น แทนกรมตรวจเงินแผ่นดิน เมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๖ มีฐานะเทียบเท่ากรม สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี โดยมีประธานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด และได้ก่อตั้งการตรวจเงินแผ่นดินในระดับภูมิภาคขึ้นมา ๕ แห่ง ตามหัวเมืองใหญ่ในแต่ละภูมิภาค โดยหนึ่งในนั้น คือ สำนักงานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินที่ ๓ จังหวัดนครราชสีมา รับผิดชอบงานตรวจเงินแผ่นดินภายในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้ง ๑๓ จังหวัด (ในขณะนั้น)

ในปี พ.ศ. ๒๕๑๗ ได้มีการปรับปรุงส่วนราชการภายในสำนักงานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน โดยได้แบ่งส่วนราชการเพิ่มขึ้น เป็นสำนักงานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาค จำนวน ๙ แห่ง และได้เปลี่ยนชื่อสำนักงานใหม่เป็น “สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ ๓ จังหวัดนครราชสีมา” รับผิดชอบการตรวจเงินแผ่นดินในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพียง จำนวน ๕ จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์ และจังหวัดศรีสะเกษ โดยมีผู้อำนวยสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาค เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด

ต่อมาหลังจากได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๓ และในปี พ.ศ. ๒๕๔๑ ได้มีการแบ่งส่วนราชการภายในสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินอีกครั้ง โดยให้มีสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคเพิ่มขึ้นทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น ๑๕ แห่ง สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ ๓ จังหวัดนครราชสีมา จึงเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ ๔ จังหวัดนครราชสีมา” รับผิดชอบการตรวจเงินแผ่นดินในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เหลือเพียง จำนวน ๔ จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดสุรินทร์ และต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๔๓ ได้มีการตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งออกตามความในมาตรา ๓๑๒ แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๔๐ ได้มีการเปลี่ยนแปลงชื่อสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ใหม่ เป็น “สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน” ดังนั้น สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ ๔ จังหวัดนครราชสีมา จึงเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ ๔ จังหวัดนครราชสีมา

ในปี พ.ศ. ๒๕๕๕ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้มีการแบ่งส่วนราชการใหม่ โดยได้จัดตั้งสำนักตรวจสอบพิเศษภาค ๔ ขึ้นแทน สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ ๔ จังหวัดนครราชสีมา และจัดตั้งสำนักตรวจเงินแผ่นดินประจำจังหวัดต่างๆ ขึ้นทั้งสิ้น ๗๖ จังหวัด ทั่วประเทศ ภายใต้กำกับดูแลของผู้ตรวจเงินแผ่นดินประจำภูมิภาค และต่อมาเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๙ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้มีการแบ่งส่วนราชการใหม่อีกครั้ง โดยได้จัดตั้งและกลับมาใช้ชื่อ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ ๔ (จังหวัดนครราชสีมา) ขึ้นแทนสำนักตรวจสอบพิเศษภาค ๔ และมีผู้ตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด

หลังจากที่มีการตราพระราชบัญญัติว่าด้วยคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. ๒๔๗๖ และจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินในระดับภูมิภาคขึ้น ตามหัวเมืองใหญ่ในแต่ละภูมิภาค โดยหนึ่งในนั้น คือ สำนักงานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินที่ ๓ จังหวัดนครราชสีมา และในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๑๗ นั้นเอง รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณให้เพื่อก่อสร้างอาคารที่ทำการ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ ๓ โดยได้เปิดทำการ เมื่อวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๗  ชาว สตภ. ๔ จึงยึดถือเอาวันดังกล่าวเป็นวันก่อตั้งสำนักงาน หรือวันสถาปนาสำนักงาน และจัดให้มีการทำบุญวันครบรอบเรื่อยมา นับจากวันที่มีการจัดตั้งสำนักงานในส่วนภูมิภาค ประจำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๖ จนถึงปัจจุบัน พ.ศ. ๒๕๖๘ รวมระยะเวลาทั้งสิ้น  ๙๓ ปี

…………………………………..